การยกและเคลื่อนย้ายผู้ได้รับบาดเจ็บ
ในวงการกู้ภัยปัจจุบัน การเคลื่อนย้ายผู้ได้รับบาดเจ็บอย่างถูกวิธี เนื่องจากเป็นการลด ความเสี่ยงที่ผู้บาดเจ็บจะได้รับการบาดเจ็บเพิ่มเติม หรือถึงขั้นเสียชีวิตขณะเคลื่อนย้าย นำส่งโรงพยาบาลโดยไม่จำเป็น ความเปลี่ยนแปลง
ดังกล่าวเพิ่งจะเริ่มเกิดขึ้นอย่างจริงจังเมื่อไม่กี่ปีที่ผ ่านมานี้ โดยจะสังเกตเห็นได้จากอุปกรณ์ในรถกู้ภัยไม่ว่าจะเป็นรถเจ้าหน้าที่ของมูลนิธิ ต่างๆ หรือรถปิคอัพ ของอาสาสมัครเริ่มมีของบางอย่างติดรถกันมากขึ้น และมีการใช้อุปกรณ์อย่างเฝือกคอ (Cervical Collar) และ อุปกรณ์อื่นๆรวมทั้งมีความรู้ในการใช้อุปกรณ์เหล่านั้นไม่ว่าจะเป็นข้อบ่งชี้ ในการใช้งาน ขั้นตอนวิธีการใช้งาน และการบำรุงรักษา โดย ได้รับการอบรมมาจากหน่วยงาน ต่างๆกันมากขึ้น


อย่างไรก็ตาม ก็ยังมีหน่วยกู้ภัยไม่ว่าจะเป็นเจ้าหน้าที่ หรือ อาสาสมัครอีกเป็นจำนวนมากที่ยังไม่มีอุปกรณ์เหล่านี้ใช้ รวมทั้ง อาจจะยังไม่ได้รับการอบรมการยกและการเคลื่อนย้ายผู้บาดเจ็บ อย่างถูกวิธีจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ซึ่งแท้ที่จริงแล้วอุปกรณ์ และ ความรู้เหล่านี้เป็นสิ่งพื้นฐานที่มีความสำคัญอย่างมาก ในการยก และการเคลื่อนย้ายผู้บาดเจ็บที่ได้รับการกระแทก อย่างแรง เช่น คนตกจากที่สูงตั้งแต่ 3 เมตรขึ้นไป หรืออุบัติเหตุจราจรที่ชนด้วย ความเร็วสูงเกิน 60 กม. / ชม. ผู้บาดเจ็บเหล่านี้อาจจะได้รับ การบาดเจ็บที่หลังและคอ จนกระดูกแตก หรือหักโดยถ้ามีการ สอบถาม อาจจะบ่นปวดหลัง และคอ ซึ่งเป็นสัญญาณบ่งชี้ที่ ชัดเจนที่นักกู้ชีพ - กู้ภัย ที่ได้รับ การอบรมมาดีจะต้องนำอุปกรณ์ มาใช้ หรือขอกำลัง สนับสนุน เพิ่มเติมถ้ ไม่พร้อม แต่ที่น่ากลัวกว่า คือบางครั้งผู้บาดเจ็บ ยังไม่มีอาการใดๆ แสดงให้เห็น ณ จุดเกิดเหตุ
โดยเป็นเรื่องที่พบได้ บ้างที่กระดูกคอมีการแตกร้าวหรือหักโดย ผู้บาดเจ็บอาจจะไม่บ่นว่า ปวดหลังหรือคอ การยกและเคลื่อนย้าย อย่างผิดวิธีเช่นการอุ้มหิ้วปีกการยกด้วยมือเปล่าอย่างผิดๆ อาจจะทำให้กระดูกหลัง และคอที่แตกหรือ หักนั้น ไปกดทับเส้นประสาทจนอาจส่งผล ในภายหลังให้ผู้บาดเจ็บต้องทนทุกข์ทรมาน กับความพิการเป็นภาระแก่สังคมไปตลอดชีวิต หรืออย่างร้ายที่สุดกระดูกคอที่หัก ไปกดทับ ก้านสมองจนผู้บาดเจ็บ เสียชีวิต ทันทีหลังถูกยกขึ้นรถกู้ภัย เรื่องทำนองนี้นักกู้ชีพ - กู้ภัยส่วนใหญ่คงไม่มีเวลาไปติดตามผลการรักษา จนถึงขั้นสุดท้าย จึงไม่ค่อยมีใครตระหนัก ถึงความทุกข์ทรมานของผู้ป่วยและญาติพี่น้องที่คนเจ็บจะได้รับ ความสูญเสีย ทำนองนี้จะลดความรุนแรงและลดความ เสี่ยงลงเมื่อมีการใช้ อุปกรณ์ยกและเคลื่อนย้ายอย่างถูกวิธี
ตามหลักสูตรอบรมเจ้าหน้าที่กู้ชีพขั้นพื้นฐาน (EMT-basic) ของ กระทรวงสาธารณสุขซึ่งเป็นหลักสูตร ที่มีพื้นฐานเดียวกับเจ้าหน้าที่ ประจำหน่วยบริการการแพทย์ฉุกเฉิน (Emergency Medical Services) ในประเทศพัฒนาแล้วทั่วโลกโดยเฉพาะในสหรัฐอเมริกา อุปกรณ์มาตรฐานที่จำเป็นในการยกและการเคลื่อนย้าย ผู้ได้รับบาดเจ็บ ดังกล่าว ได้แก่ เฝือกคอ (Cervical Collar), ไม้กระดานรองหลัง (Spinal Board) , หมอนทราย หรือชุดโฟมบล็อกข้างศีรษะ (Head Immobilizer) , และสุดท้ายคือเข็มขัดรัดตัวผู้บาดเจ็บ ให้ยึดติดแน่น กับไม้กระดานรองหลัง (Belt) ซึ่งต้องใช้อย่างต่ำ 3 เส้น
อุปกรณ์ยกและเคลื่อนย้ายเหล่านี้จะต้องใช้ร่วมกันทั้งหมดจึงจะมี ประสิทธิภาพสูงที่สุดในการลดโอกาส การบาดเจ็บ เพิ่มเติมจาก การเคลื่อน ย้าย และเนื่องจากการพัฒนาระบบบริการการแพทย์ฉุกเฉิน ของกระทรวงสาธารณสุขเริ่มก้าวหน้า มากขึ้นใน 1-2 ปีที่ผ่านมาส่งผลให้เกิด ความแพร่หลายของอุปกรณ์กู้ชีพ - กู้ภัยมากขึ้น จึงเป็นที่น่ายินดีในปัจจุบันว่าหน่วย กู้ภัยต่างๆในประเทศไทยสามารถหามาใช้ได้ ในราคาไม่แพงเกินไปนัก ทุกอย่างสามารถนำกลับมาล้างฆ่าเชื้ออย่างถูกวิธ ีและนำกลับมาใช้ใหม่ได้ นานหลายต่อหลายครั้ง และที่สำคัญเรื่องของคุณภาพ ต้องได้มาตรฐาน สากล เช่น ผ่านการรับรอง มาตรฐาน ISO หรือ รับรองจากหน่วยงาน ราชการในประเทศไทยเพราะการใช้อุปกรณ์ที่ไม่ได้มาตรฐานอาจสร้าง ปัญหาได้ เช่นไม้กระดานรองหลังไม่สามารถนำเข้าเครื่อง x-ray ได้ เพราะภายในทำด้วยวัสดุที่เป็นโลหะ หรือ การที่ไม้กระดาน มีขนาดบางเกินไปเมื่อยกผู้บาดเจ็บไม้กระดานจะงอมากจนทำให้หลังผู้บาดเจ็บงอ ได้เป็นต้น การอบรมการยกและ การเคลื่อนย้ายที่นอกจากกระทรวงสาธารณสุขจะจัดให้กับหน่วยบริการการแพทย์ ฉุกเฉินขั้นพื้นฐานในระบบ บริการการแพทย์ ฉุกเฉินประจำจังหวัดต่างๆแล้ว ก็ยังมีหน่วยงานเอกชนบางแห่ง โดยเฉพาะบริษัทที่ขายอุปกรณ์เหล่านี้จัดอบรมให้โดยวิทยากร ที่มีมากด้วยความรู้และประสบการณ์ ในราคาไม่แพงเพื่อที่จะให้ประชาชนชาวไทยจะได้รับการดูแลอย่างถูกต้อง มากขึ้น ยามเจ็บป่วยฉุกเฉิน